กล ๑ เอราวัณเสยงา (แหวก ชกเสยคาง)
ไม้นี้คล้ายกับแม่ไม่มวยไทย กลที่ ๖ ชื่อ ตาเถรค้ำฟัก
ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรงไปยังใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า หมัดขวาคุมเสมอคาง
ข. ฝ่ายรับ เอนตัวผลักเฉียงไปทางซ้ายเล็กน้อย เพื่อหลบหมัดซ้ายของฝ่ายรุก ทันใดนั้น ใช้หมัดซ้ายแหวกหมัดคุม ของฝ่ายรุก หมุนตัวไปทางขวา พร้อมทั้งใช้หมัดซ้ายชกเสยปลายคางของฝ่ายรุก ฝ่ายรับพยายามเบนตัวให้หัวไหล่ ชิดอกฝ่ายรุก
กล ๒ บาทาลูบพักตร์ (ปัดหมัด เตะตรงหน้า)
ก. ฝ่ายรุก ตั้งหมัดคุมเชิงโดยหมัดซ้ายนำ พร้อมทั้งก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า หมัดขวาคุมปลายคาง เตรียมจะชกหน้า ฝ่ายรับ ด้วยหมัดซ้ายตรง
ข. ฝ่ายรับ ตั้งหมัดซ้ายนำ พร้อมทั้งก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าเช่นเดียวกัน พอฝ่ายรุกขยับตัวจะก้าวเข้าชกด้วยหมัด ซ้ายตรง ฝ่ายรับรีบใช้หมัดซ้ายปัดหมัดซ้ายของฝ่ายรุกที่จะชกมาให้เบนไปทางขวาของฝ่ายรับ ทันใดนั้นรีบเตะด้วย เท้าขวา ตรงไปที่ปลายคางของฝ่ายรุก หรือใช้ฝ่าเท้าลูบหน้าฝ่ายรุกแทนการเตะปลายคาง ตัวเอนไปทางซ้าย ยืนบนปลายเท้าซ้าย หมัดทั้งสองคุมเชิงอยู่เสมอหน้าอก
กล ๓ ขุนยักษ์พานาง (แหวกมัด ด้วยทุ่ม)
ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมทั้งก้าวเท้าสืบไปข้างหน้า หมัดขวาคุมเสมอคาง
ข.ฝ่ายรับ รีบสืบเท้าซ้ายก้าวออกนอกเท้าซ้ายของฝ่ายรุก ยกแขนขวาถอนข้อศอกปัดแขนซ้ายของฝ่ายรุกให้พ้นตัว ทันใดรีบอาศัย ความเร็ว เข้าชิดตัวฝ่ายรุก ใช้แขนซ้ายโอบกลางตัว (ตอนใกล้เอว) ของฝ่ายรุกใช้ตะโพกยกตัวฝ่ายรุก ขึ้นทุ่มหงายหลังลงกับพื้น โดยแรง ฝ่ายรุกจะเสียกำลังหรือศีรษะอาจฟาดพื้น ยอมแพ้อย่างง่ายดาย
กล ๔ พระรามน้าวศร (ปิดศอก ต่อยเสยคาง)
ใช้แก้การตีศอกคู่ของคู่ต่อสู้
ก. ฝ่ายรุก สืบเท้าเข้าหาฝ่ายรับ หรือเข้าชิดตัว ยกศอกคู่จะถองศีรษะ
ข. ฝ่ายรับ สืบเท้าเข้าหาฝ่ายรุก พร้อมทั้งยกแขนท่อนล่างขึ้นชนานกับพื้น เพื่อรับหมัดหรือศอกคู่ของฝ่ายรุก ทันใดนั้น ให้ใช้หมัดตรงกันข้ามชกเสยคางของฝ่ายรุก พร้อมทั้งก้าวเท้าสืบตามหมัดที่ชกไปด้วย
กล ๕ ไกรสรข้ามห้วย (หลบถีบ เตะตรง พับขาหลัง)
ใช้แก้ไม้ "บาทาลูบพักตร์"
ก. ฝ่ายรุก โดดเตะปลายคางของฝ่ายรับ โดยวิธีเตะเสยขึ้นตรง ๆ ด้วยเท้าขวา
ข. ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายโดดหลบ ปลายเท้าขวาของฝ่ายรุกโน้มตัวไปทางซ้าย ยืนบนเท้าซ้าย ทันใด รีบสอดเท้าขวา ถีบขาหลัง ของฝ่ายรุกที่ยืนอยู่ ตรงบริเวณหัวเข่า ซึ่งจะทำให้เข่าเคล็ดใช้การไม่ได้
กล ๖ กวางเหลียวหลัง (ตามเตะ ถีบด้วยส้นเท้า)
มีวิธีปฏิบัติ ๒ ตอน
ตอนที่ ๑
ก. ฝ่ายรุก ตั้งหมัดขวาหรือซ้ายนำ เตรียมจะชกไปยังใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมด้วยก้าวเท้าไปข้างหน้า
ข. ฝ่ายรับ เตรียมตัวและเตะฝ่ายรุก กราดไปชายโครงมือทั้งสองงอคุมบริเวณคาง
ตอนที่ ๒
ก. ฝ่ายรุก ตัวถอยหลัง เพื่อหลบเตะ ของฝ่ายรับ
ข. ฝ่ายรับ รีบหมุนตัวกลับโดยเร็ว โดยใช้เท้าข้างที่เตะในตอนแรกยืนเป็นหลัก กลับหลังหัน ใช้เท้าตรงกันข้าม ถีบปลายคาง หรือยอดอกของฝ่ายรุก
กล ๗ หิรัญม้วนแผ่นดิน (รับเตะ ม้วนตัว แทงศอกกลับ)
ก. ฝ่ายรุก เตะด้วยเท้าขวา กราดไปที่บริเวณชายโครงของฝ่ายรับ ยืนบนขาซ้าย มือทั้งสองงอกำบังตรงหน้า
ข. ฝ่ายรับ รีบยกแขนขวาท่อนล่างขึ้น รับเตะฝ่ายรุก ทันใดรีบหมุนตัวกลับหลังหันกางศอกซ้ายเสมอพื้นระดับตีคาง หรือ บริเวณใบหน้าของฝ่ายรุก
กล ๘ นาคมุดบาดาล (ก้มหลบลอดขา ถีบขาพับ)
ใช้แก้การเตะสูง แบ่งการกระทำเป็น ๒ ตอน
ตอนที่ ๑
ก. ฝ่ายรุก เตะบริเวณ คางหรือขมับด้วยเท้าขวา
ข. ฝ่ายรับ ก้มตัวลงหลบลอดใต้เท้าขวาของฝ่ายรุก ที่เตะมายังก้านคอหรือศีรษะ
ตอนที่ ๒
ก. ฝ่ายรุก เตะด้วยเท้าขวาไม่ถูกที่หมาย ตัวหมุนไปด้วยแรงตามเท้าขวาไปด้วยแรงเหวี่ยง
ข. ฝ่ายรับ รีบสอดเท้าขวาถีบขาพับทางซ้ายของฝ่ายรุกให้ล้มขะมำไป
กล ๙ หนุมาณถวายแหวน (แหวกวงใน ชกเสยคางด้วยหมัด)
ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรงไปยังบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า แขนขวางอคุม
ข. ฝ่ายรับ เบนตัวหลบหมัดซ้ายของฝ่ายรุก พร้อมกับสืบเท้าซ้ายเข้าชิดตัว หันซ้ายเข้าชิดอกฝ่ายรุก ทันใดนั้น กำหมัดทั้งสองชกเสือกไปที่ปลายคางของฝ่ายรุก
กล ๑๐ ญวนทอดแห (ปัดถีบ เตะสอดขาพับ)
ใช้แก้ลูกถีบของคู่ต่อสู้
ก. ฝ่ายรุก เตรียมบุกฝ่ายรับ ด้วยการใช้เท้าจิก หรือถีบนำไปยังบริเวณท้องน้อยของฝ่ายรับ
ข. ฝ่ายรับ ใช้มือซ้ายปัดและจับข้อเท้าฝ่ายรุก ถ้าถีบด้วยเท้าซ้าย ทันใดนั้น ใช้เท้าขวาเตะสอดใต้ขาพับฝ่ายรุกโดยแรง ตัวเบนไปทางขวา น้ำหนักอยู่บนเท้าซ้าย
กล ๑๑ ทะแย ค้ำเสา (หลบเตะ ถีบขาหลัง)
ก. ฝ่ายรุก เตะฝ่ายรับด้วยเท้าขวาไปที่บริเวณชายโครง ตัวเอนและยืนบนเท้าซ้าย หมัดทั้งสองงอกำบังตัว
ข. ฝ่ายรับ รีบก้มตัวไปทางขวา และยกเท้าซ้ายขึ้นถีบด้วยส้นเท้าที่โคนขาซ้ายของฝ่ายรุกซึ่งใช้ยืนเป็นหลัก น้ำหนักตัว ของฝ่ายรับอยู่บนขาขวา
กล ๑๒ หงส์ปีกหัก (หลบวงใน-วงนอก ศอกฟันแขน)
ก. ฝ่ายรุก ขกด้วยหมัดซ้ายตรงไปยังบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า หมัดขวาคุม เสมอคาง
ข. ฝ่ายรับ สืบเท้าซ้ายก้าวเข้าชิดตัวฝ่ายรุกโดยเร็ว ใช้หมัดขวาปัดหมัดซ้ายของฝ่ายรุกให้พ้นตัว ทันใด รีบใช้ศอกซ้าย ฟันเฉียดใบหู ลงไปกึ่งกลางแขนซ้ายท่อนบน
กล ๑๓ สักพวงมาลัย (หลบวงใน แทงศอกที่หน้าอก)
ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรง มุ่งไปบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ เท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า หมัดขวาคุมเสมอคาง
ข. ฝ่ายรับ สืบเท้าเข้าหาฝ่ายรุก งอตัวอยู่ภายในแขนของฝ่ายรุก หมัดขวารีบปัดแขนซ้ายของฝ่ายรุกออกไปให้พ้นตัว ทันใดรีบยกศอกซ้ายแทงบริเวณแผ่นอกของฝ่ายรุก แทงติด ๆ กันหลายครั้ง
กล ๑๔ เถรกวาดลาน (เตะขาขวา สลับฟันศอก)
ก. ฝ่ายรุก ยืนคุมด้วยหมัดซ้ายพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าหันข้างเตรียมเข้าชหฝ่ายรับ
ข. ฝ่ายรับ เตรียมหลอกโดยหมายชกหลอกด้วยหมัด แต่ทันใดนั้นพอฝ่ายรุกเตรียมขยับเท้าจะถีบ หรือก้าวเท้าซ้าย เตรียมเข้ามาชกก่อน ให้ฝ่ายรับยกเท้าขวาเตะกราดไปที่ขาพับข้างซ้ายของฝ่ายรุกโดยแรง เพื่อให้เสียหลัก แล้วรีบสืบ เท้าเข้าชก หรือตีศอกทันที
กล ๑๕ ฝานลูกบวบ (หลบเข้าวงใน ฟันศอกตรงหน้า)
ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้าย พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายสืงไปข้างหน้า หมัดขวาคุมเสมอคาง
ข. ฝ่ายรับ รีบสืบเท้าซ้ายชิดตัวฝ่ายรุกอยู่วงใน หมัดขวาปัดแขนซ้ายของฝ่ายรุกให้พ้นตัว ทันใดนั้น รีบยกศอกซ้าย ขึ้นเสมอกกหู ฟันลงไปบนใบหน้าของฝ่ายรุก เมื่อฝ่ายรุกเตรียมถอยฉากจะชกด้วยหมัดขวาตวัด ให้ฝ่ายรับรีบก้าว ขาขวา ตามติดตัว และใช้ศอกขวา ฟันลงที่บริเวณหน้าสลับกัน แขนตรงกันข้ามรีบปิดชายโครง เพื่อกันฝ่ายรุก หมายชก ชายโครงไว้