วิธีตั้งท่าในการต่อสู้
ระยะที่ ๑ จากท่าที่ยืนตรง ๆ ก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้า ราวครึ่งหนึ่งของระยะก้าวธรรมดา ซึ่งอยู่ในท่าสบาย ๆ ทุ่มน้ำหนักตัว ตามเท้าซ้ายไปข้างหน้า ส่วนเท้าขวา ยกส้นขึ้นจากพื้น ประมาณ ๒ นิ้ว เพื่อเป็นสปริงเมื่อจะพุ่งออก หรือถอยหลัง
ส่วนแขนให้งอแขนขวา ขึ้นมาชิดหน้าอก เหนือลิ้นปี่ ใกล้ลูกคาง ทำท่าเตรียมจะพุ่งไปสู่ลูกคางคู่ต่อสู้ได้ง่าย
แขนซ้ายก็งอขึ้นเพียงเสมอหน้าท้อง ให้ศอกห่างจากชายโครงประมาณ ๓ นิ้ว หมัดเฉียงเล็กน้อย
ในระยะต่อไปเมื่อมีการเคลื่อนที่ไปบ้าง ก็พยายามให้เท้าซ้ายคงเป็นเท้าหน้าไว้เสมอ
วิธีกำหมัด
การกำหมัด ความจริงไม่น่าจะมีความจำเป็นต้องกล่าว เพราะทุกคนมีความถนัดในการกำหมัดชกอยู่ด้วยกันแล้ว แต่ก็มัก ปรากฏอยู่บ่อย ๆ ว่าการชกนั้น นิ้วหัวแม่มือซ้น หรือเดาะ ก็มี ซึ่งเกิดจากการกำหมัดไม่เป็น เช่น หัวแม่มือทาบอยู่บน นิ้วชี้ด้านบน หรือเอนหัวแม่ มือสอดเข้าไปในช่องนิ้วอื่นซึ่งคิดว่ารัดกุมดี แต่บัดนี้ใช้นวม การยัดนิ้วดังกล่าวย่อมเป็นไป ไม่ได้
การกำมือนั้น ให้กำนิ้วทั้งสี่เข้าที่แล้ว ให้นิ้วหัวแม่มือทาบอยู่ระหว่างร่องนิ้วชี้กับนิ้วกลาง
วิธีสืบเท้า
การใช้เท้า ก้าวคืบไปข้างหน้า เรียกว่าการสืบเท้า การสืบเท้าเข้าหาคู่ต่อสู้ หากไม่ฝึกให้เคยชินเสียก่อน อาจจะก้าว ผิดจังหวะ และผิดระยะได้ง่าย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายปฏิปักษ์ได้เปรียบ การสืบเท้าควรใช้เท้าซ้ายเป็นเท้าแรก เคลื่อนไปในระยะ ๑ คืบ และสืบเท้าขวาตาม จะเป็นสืบตรงหรือเฉียงก็ตาม หากถอยก็สืบเท้าขวาก่อน เท้าซ้ายตาม การสืบเท้านี้ในการฝึกแรก ๆ ควรหัด เป็นจังหวะช้า ๆ จนชำนาญทั้งทางซ้ายทางขวา และสืบพร้อมกันทั้งสองเท้าได้ โดยชำนาญและรวดเร็ว การลากเท้าไปมาโดย ความเบาและรวดเร็วนี้ คือการสืบเท้าที่รักษาจังหวะให้ถูกต้อง