ขนานที่ ๑
ท่านให้เอา น้ำมะนาว หรือ น้ำส้มสายชู มาชโลมบริเวณที่ถูกไฟหรือน้ำร้อนลวก มีสรรพคุณดับพิษปวดแสบร้อนอย่างได้ผล แต่ต้องรักษาบาดแผลด้วยยาขนานอื่นอีกต่อไป ฯ
ขนานที่ ๒
ท่านให้เอา ใบเสลดพังพอนตัวเมีย (มีลักษณะใบแหลมคล้ายหอก หน้าใบเป็นมัน) นำมาตำให้ละเอียด ผสมกับสุรา ใช้พอกบริเวณที่ถูกไฟหรือน้ำร้อนลวก มีสรรพคุณดับพิษปวดแสบร้อนให้หายไป แต่ต้องรักษาบาดแผลด้วยยาขนานอื่นอีกต่อไป ฯ
ขนานที่ ๓
ท่านให้เอา หัวหอมแดง (หัวหอมใส่แกง) นำมาตำให้ละเอียด ใช้พอกบริเวณที่ถูกไฟหรือน้ำร้อนลวก มีสรรพคุณดับพิษปวดแสบร้อนให้หายไป แต่ต้องรักษาบาดแผลด้วยยาขนานอื่นอีกต่อไป ฯ
ขนานที่ ๔
ท่านให้เอา ใบชาจีน มากน้อยตามต้องการ นำมาแช่น้ำแข็ง หรือแช่น้ำเย็นจัด ๆ ให้ใบชาคลี่ออกแล้วใช้ใบชานั้น พอกบริเวณที่ถูกไฟหรือน้ำร้อนลวก ทิ้งไว้สักครู่แล้วแกะออกเปลี่ยนยาพอกใหม่อีก มีสรรพคุณดูดพิษปวดแสบร้อนให้หายไป และทำให้ไม่เกิดบาดแผลอีกด้วย ฯ
ขนานที่ ๕
ท่านให้เอา สำลีแปะลงบริเวณที่ถูกไฟหรือน้ำร้อนลวก แล้วเอาแอลกอฮอล์เทราดลงบนสำลีนั้น ประมาณ ๓ นาที อาการปวดแสบร้อนจะหาย และทำให้ไม่เกิดแผลเป็นอีกด้วย ฯ
ขนานที่ ๖
ท่านให้เอา ต้นหางจระเข้ นำมาคั้นเอาน้ำเมือก ใช้ทาบริเวณที่ถูกไฟหรือน้ำร้อนลวกให้ทั่ว มีสรรพคุณบำบัดอาการปวดแสบร้อนให้หายไป ฯ
ขนานที่ ๗
ท่านให้เอา เกลือป่น (เกลือใส่แกง) นำมาพอกบริเวณที่ถูกไฟหรือน้ำร้อนลวก แล้วใช้น้ำสะอาดประพรมพอเปียก จะทำให้เกิดความเย็นสบายไม่ปวดแสบร้อน และไม่เกิดอาการพอง ฯ












